ผู้อำนวยการโรงเรียน

 Pansak.jpg 

นายพันศักดิ์ ศรีทอง

 ผู้อำนวยการโรงเรียนนครสวรรค์

 

ออนไลน์

มี 12 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

ลิงค์น่าสนใจ














ประชาสัมพันธ์ : รับสมัครนักเรียน 2560

ประวัติโรงเรียน

.png306117_350456821671725_1263911829_n.jpg

 

 

   โรงเรียนนครสวรรค์ เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดนครสวรรค์ เดิมอยู่บริเวณวัดนครสวรรค์ และได้ย้ายมาอยู่บริเวณเชิงเขาใกล้กับเทศบาลนครนครสวรรค์ในปัจจุบัน เปิดสอนในระดับชั้น ม.1- ม.6 เป็นโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศไทย และเป็นโรงเรียนศนย์อาเซียน (Sister School)ของประเทศไทย โดยปีการศึกษา 2554 มีจำนวนที่นั่งการเข้ามหาวิทยาลัยสูงถึง 1077 ที่นั่ง จากจำนวนเด็ก 695 คน สูงสุดในรอบ 107 ปีของโรงเรียนนครสวรรค์

 

วิสัยทัศน์/ปรัชญา/คติพจน์ /อัตลักษณ์/คำขวัญ/เอกลักษณ์/สีประจำโรงเรียน

 

วิสัยทัศน์ คุณธรรมนำความคิด ผลผลิตเลิศวิชาการ สืบสานวัฒนธรรม นำสู่มาตรฐานสากล
ปรัชญา อันอำนาจใดๆ ในโลกนี้ ไม่เห็นมีเปรียบปานการศึกษา สร้างคนหาค่ามิได้ในโลกา ขึ้นจากผู้ที่หาค่าไม่มี
คติพจน์ สุโข ปญญา ปฏิลาโก ปัญญาคือลาภให้เกิดสุข
อัตลักษณ์สร้างนักเรียนให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการ
คำขวัญ การยึดมั่นในหลักศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดีงาม เป็นประทีปไปสู่อนาคตอันสุกใส
เอกลักษณ์ SMART - ฉลาดอย่างสง่างาม

 

S - Scholarly
M – Moral
A – Appearance
R – Relationship
T – Technology

 

สีประจำโรงเรียน ม่วง ขาว

 

ประวัติโรงเรียน

เจ้า อาวาสวัดโพธาราม จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีชื่อว่า“โรงเรียนธรรมฐิติวงศ์วิทยา” ใช้ศาลาการเปรียญเป็นสถานที่เรียน มีนักเรียนจำนวน 23 คน ต่อมาในปี พ.ศ 2456
ทาง ราชการได้อนุมัติงบประมาณสร้างอาคารเรียนใหม่ แยกออกจากศาลาการเปรียญเป็นโรงเรียนเอกเทศ
เมื่อสร้างอาคารเรียนเสร็จเปิดทำการสอนได้เพียง 9 เดือน ก็ เกิดเพลิงไหม้อาคารเรียนเสียหายมาก
กระทรวงธรรมการ จึงได้อนุมัติงบประมาณ จำนวน 3,000บาท
และได้ย้ายสถานที่จากวัดโพธารามมาอยู่ที่โรงเรียนใหม่บริเวณวัดหัวเมือง
(ปัจจุบัน คือวัดนครสวรรค์) จัดการเรียนการสอนจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
จนถึงปีพ.ศ. 2501 กระทรวงศึกษาธิการอนุมัติให้ ทำการสอนในระดับชั้นเตรียมอุดมศึกษา
จึง เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนนครสวรรค์” แล้วย้ายสถานที่ตั้งโรงเรียนมาอยู่
ในบริเวณป่าสักเชิงเขากบอันเป็นสถานที่ตั้งของ โรงเรียนในปัจจุบัน
บริเวณโรงเรียนนครสวรรค์ ณ ป่าสักเชิงเขากบนี้ เดิมเป็นที่ดินของราชพัสดุ
เต็มไปด้วยต้นสักที่อุดมสมบูรณ์ มีประชาชน ปลูกที่อยู่อาศัยกันเพื่อหาของป่า
พระยา อรรถกวีสุนทร ซึ่งดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลในขณะนั้น พร้อมด้วยขุนวิวรณ์สุขวิทยา
และอาจารย์เกษม พุ่มพวง ได้ร่วมกันจับจองไว้ เพื่อจะใช้เป็นสถานที่สร้างโรงเรียนเกษตรกรรมแห่งใหม่
(เดิม อยู่ที่สถาบันราชภัฏนครสวรรค์ปัจจุบันนี้) แต่การสร้างโรงเรียนต้องระงับลงเนื่องจาก
พระยาอรรถกวีสุนทรย้ายไปเนื่องจาก มีการยุบมณฑลนครสวรรค์ อย่าง ไรก็ตามยังถือว่าบริเวณป่าสัก
เป็นของกระทรวงศึกษาธิการอยู่ ในวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2479 จอมพล ป. พิบูลสงคราม
ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย หลวงบูรกรรมโกวิทย์ ได้ มาราชการที่จังหวัดนครสวรรค์
ขุนวิวรณ์สุขวิทยา จึงได้พูดปรารภกับจอมพล ป. พิบูลสงครามว่า โรงเรียนนครสวรรค์ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัดหัวเมืองมีพื้นที่
คับแคบมาก ต้อง การย้ายมาอยู่ในบริเวณป่าสักเชิงเขากบ และได้รับการเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ขุนวิวรณ์สุขวิทยา
จึงได้นำเรื่องเสนอ ม.ล.ปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อ ของบประมาณก่อสร้าง
ได้รับงบประมาณจำนวน 4 ล้านบาท ยังไม่ทันดำเนินการก็เกิดการปฏิวัติ ภายหลังขุนวิวรณ์สุขวิทยา นายอวยชัย ธนศรี
ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพร้อมด้วยนายโชติ สุวรรณชิน ครู ใหญ่โรงเรียนนครสวรรค์ในขณะนั้น ได้ริเริ่มดำเนินการสร้างต่อ
แต่เนื่องจากเทศบาลเมืองนครสวรรค์ ประสงค์จะใช้ที่บริเวณนี้ก่อสร้างสวนสาธารณะ ผู้ ริเริ่มก่อสร้างโรงเรียน
จึงประสานงานขอความร่วมมือจากศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ผู้ปกครอง และประชาชนเรียกร้องด้วยการเขียนข้อความ
และเดินขบวนอย่างสงบในตลาดปากน้ำโพ ขอ ใช้บริเวณป่าสักเป็นสถานที่ก่อสร้างโรงเรียน จนในที่สุดได้รับการ
อนุญาตจากทางราชการการก่อสร้างโรงเรียนครั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ได้อนุมัติงบประมาณสร้างรั้วและบ้านพักครู
จำนวน 2 หลัง เป็นเงิน 100,000 บาท ต่อมาในปี พ.ศ. 2505 จึงอนุมัติงบประมาณ 800,000 บาท สร้างอาคารไม้ 2 ชั้น
จังหวัดและกรรมการศึกษาพร้อมด้วยพ่อค้าประชาชน เห็นว่าควรสร้างอาคารเป็น ตึก จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการ โดยมี
นายสวัสดิวงศ์ ปฏิทัศน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานกกรมการ ร่วมกับอาจารย์โชติ สุวรรณชิน และผู้ใหญ่
อีกหลายคน ได้ จัดหาเงินงบประมาณในการก่อสร้างจากผู้มีจิตศรัทธา ได้เงินจำนวน 600,000.00 บาท
สมทบกับงบประมาณที่ได้รับก่อสร้างอาคารเรียนหลังแรกโดยทำพิธีวางศิลาฤกษ์ ในวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2504
โดย มี ม.ล.ปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์
โรงเรียนนครสวรรค์ในพื้นที่ใหม่และเป็นที่ตั้งของโรงเรียนในปัจจุบัน คือ เลขที่ 173 ถนนมาตุลี อำเภอเมืองนครสวรรค์
จังหวัดนครสวรรค์ พื้นที่ทั้งหมด 38 ไร่ 2 งาน 78 ตารางวา มีอาจารย์โชติ สุวรรณชิน เป็นผู้บริหารโรงเรียนคนแรก
และได้พัฒนามาเป็นลำดับ จน กระทั่งในปี พ.ศ. 2511 ได้เข้าโครงการโรงเรียนมัธยมศึกษาแบบประสม(คมส)รุ่นแรก
เปิดทำการสอนทั้งวิชาสามัญและสายอาชีพ ให้นักเรียนเลือกเรียนตามความสนใจและความสามารถ
ต่อ มาในปี พ.ศ. 2521 ได้ใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น พุทธศักราช 2521 และในปี พ.ศ. 2524
ได้ใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 เมื่อกระทรวงศึกษาธิการได้ปรับปรุงหลักสูตรใหม่
โรงเรียน ได้รับเลือกให้เป็นโรงเรียนร่วมพัฒนาการใช้หลักสูตรในปี พ.ศ. 2531 โดยเริ่มใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น
พุทธศักราช 2521 ฉบับปรับปรุงพ.ศ. 2533 และหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524ฉบับ
ปรับปรุง พ.ศ. 2533 ในปี พ.ศ. 2533 จนถึงปี พ.ศ. 2544 ในปี พ.ศ. 2545 ได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนแกน
นำในการจัดทำและใช้หลักสูตรสถานศึกษาตาม หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 นอก
จากนั้นในปี พ.ศ. 2536 โรงเรียนได้รับคัดเลือกให้จัดการเรียนการสอน 2 โครงการ คือ
โครงการลงทะเบียนเรียนตามเวลาและความสามารถในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ลบส.)
โดย นักเรียนสามารถลือกลงทะเบียนเรียนให้จบหลักสูตรก่อน 3 ปี
และโครงการส่งเสริมความสามารถด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนมัธยม ศึกษา
ซึ่งกรมสามัญศึกษาคัดเลือกเขตการศึกษาละ 1 โรงเรียน ต่อ มาได้จัดให้มีการเรียนการสอนโครงการดาวรุ่งมุ่งโอลิมปิก
ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยรับนักเรียนที่มีความสามารถตามเกณฑ์เข้าเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในปี พ.ศ 2545
ได้ รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนร่วมพัฒนาในการจัดทำ และใช้หลักสูตรสถานศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ของกระทรวงศึกษาธิการ โดย
ได้จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2545 เป็นต้นมา ในปีการศึกษา 2552
ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนแกนนำการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
และในปีการศึกษา 2553 ได้ รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ Spirit of Asian โดยให้จัดตั้งเป็นศูนย์อาเซียนศึกษา
และโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่มาตรฐานสากล

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

ข่าวการศึกษา

ข้อมูลข่าวสาร นานาสาระ น่ารู้

หนังสือราชการแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

มุมสมาชิก

พยากรณ์อากาศ

สถิติ

เนื้อหาที่เปิดอ่าน
646593